Sendai’s Sparkling Starlight: `Hikari no Pageant`

This article is written in both English and Thai

บทความนี้มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย


What is winter like in your country? For me, (I have lived in Bangkok, Thailand since I was born) both the temperature and atmosphere of winter have no difference to other seasons. Now that I’m living in Sendai, Japan, I have found that winter here isn’t like that of my hometown at all! Of course, the temperature is totally different from that in summer. The cold transforms the surrounding town; snow covers the bare branches of winter trees with their buds waiting to grow in spring. Some people might think that the beautiful scenery of the town becomes drab.

Actually, in winter, those trees sparkle with starlight!

ฤดูหนาวในประเทศของทุกคนเป็นยังไงคะ? สำหรับเราซึ่งโตมาในเมืองหลวงของประเทศไทยแล้ว ฤดูหนาวนั้นไม่ค่อยจะแตกต่างจากฤดูอื่นๆ เท่าไหร่เลยค่ะ ทั้งในแง่ของอุณหภูมิและบรรยากาศในเมือง แต่พอเราได้มาอยู่ที่เซนได ประเทศญี่ปุ่น เราก็พบว่าฤดูหนาวที่นี่แตกต่างจากบ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าอุณหภูมิในช่วงหน้าหนาวนั้นต่างจากหน้าร้อนโดยสิ้นเชิง และความหนาวนั้นเองที่ทำให้บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในเมืองเปลี่ยนไปด้วย เช่น หิมะตก หรือการที่ต้นไม้ผลัดใบ เหลือเพียงกิ่งก้านและหน่อตูมๆ ที่รอวันแตกใบใหม่เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน บางคนอาจจะคิดว่านี่ทำให้ทิวทัศน์ที่เคยสวยงามในเมืองดูจืดชืดลงไป แต่ในความจริงแล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะในฤดูหนาว ต้นไม้เหล่านั้นจะงดงามไปด้วยแสงดาว

To be exact, it wasn’t starlight, but lights from the largest illumination event in Sendai, Pageant of Starlight or Hikari no Pageant. This event was held at Jozenji-dori Avenue, which stretches across the center of Sendai City. There are huge zelkova trees lining both sides of the 700-meter length of road. When the sky begins to darken, the lights decorated on the zelkovas start to glow, creating a gorgeous scene found only in the winter.

พูดกันจริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่แสงดาวค่ะ แต่มันคือแสงไฟ จากงานประดับไฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีของเมืองเซนได ซึ่งมีชื่อว่างาน Pageant of Starlight หรือ Hikari no Pageant ค่ะ งานนี้จัดขึ้นที่ถนนโจเซนจิ ใจกลางเมืองเซนได ซึ่งมีต้นเซลโคว่า (zelkova) เรียงรายอยู่ตลอดตลอดความยาว 700 เมตร ของถนน เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด แสงไฟที่ประดับประดาอยู่บนต้นเซลโคว่าก็จะสว่างขึ้นมา ให้ภาพทิวทัศน์ที่สวยงามแบบที่พบได้แต่ในฤดูหนาวเท่านั้นค่ะ

(Photo Taken by Noppawit Lertutsahakul/ภาพถ่ายโดย Noppawit Lertutsahakul)

Over 600,000 light bulbs are hung on 160 zelkova trees lining Jozenji-dori Avenue

LED กว่า 600,000 ดวง ถูกประดับประดาบนต้นเซลโคว่า 160 ต้น บนถนนโจเซนจิ

2016 was the 31st ‘Hikari no Pageant’ event. The illumination was held from December 9 to 31 and the streets were crowded with hundreds of people, both locals and tourists, enjoying the wonderful scenery. I have been on this avenue several times, for both bypassing and sightseeing. I chose to walk along the traffic island in the middle. The uncountable number of lights on the trees made the road bright, not as much as the day, but it shimmered like a beautiful starry sky. Driving along the road was the Pageant Car, decorated with colorful lights and driven by a driver wearing a Santa Claus costume. Many kinds of visitors came: couples, families, friends or lone travelers. A bright smile on their face, bringing vividness to the cold, is the one thing everyone had in common.

งานในปี 2016 ที่ผ่านมา เป็นครั้งที่ 31 แล้วค่ะ ในช่วงระหว่างวันที่ 9 ธันวาคมถึง 31 ธันวาคมที่มีการประดับไฟ เมื่อเราผ่านถนนโจเซนจิก็จะเห็นภาพผู้คนมากมายกำลังชมความสวยงามของไฟ ทั้งคนในท้องที่และนักท่องเที่ยวจากที่อื่น เราเองก็ทั้งสัญจรผ่านถนนเส้นนี้ และได้เดินชมทิวทัศน์อันสวยงามนี้อยู่หลายครั้งด้วยกันค่ะ เราเลือกที่จะเดินไปตามเกาะกลางถนน แสงไฟละลานตาจากต้นไม้ที่เรียงรายกันทำให้ถนนสว่างขึ้น แม้ไม่สว่างจ้าเหมือนตอนกลางวันแต่ก็มีแสงระเรื่อเหมือนเวลาดาวเต็มฟ้า บนถนนมีรถ Pageant Car ซึ่งตกแต่งด้วยไฟสว่างไสวแล่นไปมาด้วยคนขับที่แต่งชุดซานตาคลอส ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา บ้างก็มาเป็นคู่รัก บ้างก็มาเป็นครอบครัว บ้างก็มาเป็นกลุ่มเพื่อน หรือบ้างก็มาคนเดียว แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือรอยยิ้มบนใบหน้า ที่เติมความสดใสให้กับอากาศหนาวๆ แบบนี้ค่ะ

“Did you know?  Every year there is one pink coloured light hiding in among the countless number of orange lights! It is said that anyone who can find this light will have luck in love. I tried finding it as well, but sadly no luck this time… ”

“ทุกคนรู้มั้ยคะ ในบรรดาไฟสีส้มมากมายบนถนน จะมีไฟสีชมพูซ่อนอยู่ 1 ดวงค่ะ ว่ากันว่าใครหาเจอจะสมหวังในความรักค่ะ เราเองก็ลองพยายามมองหาดูแล้วแต่ไม่เจอเลย น่าเสียดายจริงๆ”

Walking to the east end of Jozenji-dori Avenue, there is a park called Kotodai Koen. There was also an illumination display here, including a walkway and heart-shape designs. It was a great photo spot! There were various kinds of food stalls as well. Delicious fried chicken, grilled sausage, takoyaki, draft beer, etc. were sold here. Moreover, there were an ice skating rink and a variety of shows on display in this park.

หากเดินไปจนสุดปลายถนนฝั่งตะวันออก จะพบกับสวนสาธารณะที่ชื่อว่าสวนโคโตไดค่ะ ที่นั่นจะมีการประดับไฟที่ต้นไม้ในสวนเป็นทั้งซุ้มให้เดินลอด และเป็นรูปร่างต่างๆ อย่างรูปหัวใจ เป็นจุดถ่ายรูปที่ดีมากค่ะ มีซุ้มขายอาหารอร่อยๆ มากมายหลายชนิด อย่างไก่ทอด ไส้กรอกย่าง ทาโกะยากิ เบียร์สด ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีลานสเกตน้ำแข็ง และการแสดงโชว์ต่างๆ อยู่ที่สวนนี้ด้วยค่ะ

That’s not all! On December 23, there was a special performance called ‘Starlight Fantasy Santa no Mori no Monogatari’ including three main events: two rounds of a Santa Claus parade, which marched along Jozenji-dori Avenue, and a mini-stage performance at several places along the avenue.

และงานนี้ก็ไม่ได้มีดีเพียงแค่นี้นะคะ ในวันที่ 23 ธันวาคม มีการแสดงพิเศษชุด Starlight Fantasy Santa no Mori no Monogatari ซึ่งจะประกอบไปด้วยการแสดงสามชุดย่อย คือขบวนพาเหรดของซานตาคลอส 2 รอบ ที่จะเดินขบวนไปตามถนนโจเซนจิทั้งสาย และการแสดงเวทีย่อย 1 ชุด ที่แสดงตามจุดต่างๆ บนถนนโจเซนจิค่ะ

(Photo Taken by Yuki Tsushima/ภาพถ่ายโดย Yuki Tsushima)

This year, I had an opportunity to join this performance as a member of the Street Dance Circle WHO, which is a dance group in Tohoku University, my current university. Our group performed at two shows; the mini-stage and the second round parade. The mini-stage show was a 10-minute dance performance including Hip hop, Jazz and locking. Furthermore, we did Koi Dance, which is choreography of the popular Japanese song Koi by Hoshino Gen, the famous Japanese singer and actor.

ในปีนี้เราได้มีโอกาสไปร่วมแสดงด้วยค่ะ โดยไปในนามของสมาชิก Street Dance Circle WHO ซึ่งเป็นเซอร์เคิลของมหาวิทยาลัยโทโฮกุที่เราศึกษาอยู่ในขณะนี้ เซอร์เคิลของเราจะแสดง 2 ชุด คือแสดงเวทีย่อย และพาเหรดรอบหลังค่ะ สำหรับการแสดงเวทีย่อยจะเป็นการแสดงเต้นความยาวประมาณ 10 นาที ประกอบด้วยการเต้นแบบฮิปฮอป(Hip hop) แจ็ส(Jazz) และล็อกกิ้ง(Locking) นอกจากนี้ยังเต้น Koi Dance ซึ่งเป็นท่าเต้นประกอบเพลง Koi เพลงฮิตของ Hoshino Gen นักร้องและนักแสดงชื่อดังของญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ

(Photo Taken by Yuki Tsushima/ภาพถ่ายโดย Yuki Tsushima)

The parade included dancing while walking along the avenue accompanied by live music performed by local Sendai artists Nihonjin Project. Various groups performed including a marching band and cheer leader squad. The audience watching from the side of the road could enjoy a variety of amazing shows.

ส่วนพาเหรดจะเป็นการเดินเต้นไปรอบๆ ถนนโจเซนจิไปพร้อมๆ กับเพลงซึ่งได้ศิลปินจากเมืองเซนได Nihonjin Project มาร้องให้แบบสดๆ ในงานเลยค่ะ ในพาเหรดไม่ได้มีแค่เซอร์เคิลเราเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีผู้คนมากมายต่างเพศต่างวัยจากหลายๆ ที่มาร่วมทำการแสดงนี้ด้วย เช่นวงโยธวาทิต หรือเชียร์ลีดเดอร์ ทำให้ทุกคนที่ยืนชมอยู่รอบถนนโจเซนจิจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์สนุกๆ หลากหลายรูปแบบค่ะ

(Photo Taken by Yuki Tsushima/ภาพถ่ายโดย Yuki Tsushima)

Our group practiced for around one month before the day of the show. We had a few troubles during that time – we had to dance outside while it was snowing!! However, I do love dancing and practicing time was a precious experience for me. On the day of the performance, we put on our Santa Claus costume and started from the mini-stage show. I was excited to see so many people in the audience looking  up at us, but their happy faces encouraged me to continue the show with a smile. After that, we performed in the parade. We skipped along the road, and sometimes waved at the people around us. Thanks to the powerful live performance from Nijonjin Project which was many times more energetic and enjoyable than the audio file we used in rehearsal, I truly enjoyed dancing that day. I can say that this parade is the best performance I have ever experienced.

การแสดงคราวนี้เซอร์เคิลเราใช้เวลาซ้อมประมาณ 1 เดือนค่ะ ระหว่างการซ้อมก็มีติดขัดบ้าง เช่นหิมะตกก็เลยต้องซ้อมกลางหิมะเป็นต้น แต่เพราะเป็นการเต้นที่เราชอบ ทำให้มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากๆ เลยค่ะ เมื่อถึงวันจริงพวกเราซึ่งแต่งชุดซานตาคลอสก็เริ่มจากการแสดงเวทีย่อย แม้ว่าจะรู้สึกตื่นเต้นพอได้เห็นผู้ชมมากมายที่ยืนดูอยู่ แต่การได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชมทุกคนก็กลายเป็นกำลังใจให้เราแสดงต่อไปด้วยรอยยิ้มเช่นกันค่ะ จากนั้นก็เป็นการแสดงพาเหรด พวกเรากระโดดไปตามถนน หันไปโบกมือให้ผู้ชมรอบๆ เป็นระยะ ต้องขอบคุณ Nihonjin Project สำหรับการแสดงสดที่ทรงพลังจริงๆ ค่ะ มันทั้งคึกคักและสนุกสนานกว่าเพลงจากไฟล์เสียงที่พวกเราใช้ซ้อมกันหลายเท่า ทำให้การแสดงนั้นสนุกตามไปด้วย เรากล้าบอกได้เลยค่ะว่าการเดินพาเหรดในวันนั้นเป็นพาเหรดที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เราเคยทำมาเลย

(Photo Taken by Yuki Tsushima/ภาพถ่ายโดย Yuki Tsushima)

Sadly, the festival for this year as come to an end. The zelkova trees on Jozenji-dori Avenue have become naked again—no LED light anymore. But when I look at them now, my feeling has changed  completely. It is the same scenery, yet it is now full of my memories of Hikari no Pageant. The picture of sparkling light, the joyful atmosphere of the crowd and the performance in Santa Claus costume are precious memories that I will never tire of recalling. I strongly recommend everyone to come and experience the next Hikari no Pageant festivals. You might see me among the Santa Claus members, waving at you!

ขณะที่เราเขียนบล็อกนี้ งาน Hikari no Pageant ก็จบลงไปแล้ว ต้นเซลโคว่าบนถนนโจเซนจิก็กลายเป็นต้นไม้เปล่าๆ ไร้หลอด LED ใดๆ อีกครั้ง แต่เมื่อเรามองดูพวกมัน ความรู้สึกกลับต่างออกไปจากตอนก่อนหน้างาน Hikari no Pageant โดยสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่เป็นทิวทัศน์เดียวกัน แต่ในตอนนี้พวกมันอัดแน่นไปด้วยความทรงจำและความประทับใจของเราที่มีต่องาน Hikari no Pageant ทั้งภาพของแสงไฟละลานตา บรรยากาศของผู้คนมากมายออกมาเดินอย่างมีความสุข และการแสดงในชุดซานตาคลอสครั้งนั้น ไม่ว่าจะนึกย้อนกลับไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลยค่ะ ทุกคนเองก็อย่าลืมมาสัมผัสบรรยากาศนี้ที่งาน Hikari no Pageant ในครั้งต่อๆ ไปกันนะคะ ไม่แน่ว่าตอนนั้น ในบรรดาซานตาคลอสที่กำลังโบกมือให้ทุกคนอาจจะมีเราอยู่ด้วยก็ได้ค่ะ!


The 31st Hikari no Pageant

Theme: The light of love connecting to the future

December 9 to 31, 2016

Sunday to Thursday: 17:30 – 22:00

Friday Saturday and December 22: 17:30 – 23:00

December 31: 17:30 – 24:00

No entrance fee

Sendai Winter Park (Ice skating rink)

December 9 to 25, 2016

Weekdays 15:00 – 21:00

Weekends and National Holidays 12:00 – 21:00

No entrance fee (Shoes rental fee 800 yen)

Starlight Fantasy Santa no Mori no Monogatari

December 23, 2016

Show Time: 17:30 – 19:45

Parade (first round): 17:30 – 17:55

Parade (second round): 19:25 – 19:45

No entrance fee

Road closures 17.00 – 20.00

Mini-stage performances were between first and second round parade

งาน Hikari no Pageant ครั้งที่ 31

ธีม: แสงแห่งความรักที่เชื่อมต่อไปยังอนาคต

9 ธันวาคม – 31 ธันวาคม 2016

วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัส: 17:30 – 22:00

วันศุกร์ เสาร์ และวันที่ 22 ธันวาคม: 17:30 – 23:00

วันที่ 31 ธันวาคม: 17:30 – 24:00

ไม่เสียค่าเข้าชม

Sendai Winter Park (ลานสเกตน้ำแข็ง)

9 ธันวาคม – 25 ธันวาคม 2016

วันธรรมดา 15:00 – 21:00

วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 12:00 – 21:00

ไม่เสียค่าเข้า(ค่าเช่ารองเท้า 800 เยน)

Starlight Fantasy Santa no Mori no Monogatari

23 ธันวาคม 2016

เวลาแสดง: 17:30 – 19:45

พาเหรดรอบที่ 1: 17:30 – 17:55

พาเหรดรอบที่ 2: 19:25 – 19:45

ไม่เสียค่าเข้าชม

ปิดการจราจร (ไม่ให้รถวิ่งผ่านถนน) 17.00 – 20.00

การแสดงเวทีย่อยอยู่ระหว่างพาเหรดรอบที่ 1 และ 2

The event official website/เว็บไซต์ของงาน: http://www.sendaihikape.jp/

Jozenji-dori Avenue /ถนนโจเซนจิ

 

Piangrawee (Erk) Santivongskul

About Piangrawee (Erk) Santivongskul

Piangrawee Santivongskul has a long and hard-to-pronounce name, so she prefers to be called by her nickname "Erk". Born in Bangkok, Thailand, she came to Sendai two years ago to study Chemistry at Tohoku University. Her passion for Japan began with an interest in Japanese idol-groups, culture and food when she was a junior high-school student. Once she had the chance to travel to Tohoku she quickly added "Tohoku's nature" to her "Favorite things about Japan" list. During her time in Japan Erk is always eager to explore more and more about Tohoku and share her stories with other people.

Leave a Reply

Your email address will not be published.