อาหารในงานเทศกาลหน้าร้อนของโทโฮกุมีอะไรบ้างนะ?

สวัสดีค่ะทุกคน ตอนนี้โทโฮกุก็เข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ

ในช่วงหน้าร้อน นอกจากแสงแดดร้อนแรงและเสียงจักจั่นที่ร้องระงมแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในฤดูกาลนี้ก็คืองานเทศกาลนั่นเอง!

เมื่อพูดถึงงานเทศกาล หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่ามัทสึริ [Matsuri] เราก็จะนึกถึงป้ายชื่อร้านสีสันสดใสแบบย้อนยุคหน่อยๆ บรรยากาศที่สนุกสนาน ผู้มางานหลายๆ คนก็สวมชุดยูกาตะ [Yukata] ซึ่งเป็นชุดแบบญี่ปุ่นที่ใส่สบายเหมาะกับอากาศร้อน เกมต่างๆ อย่างเกมช้อนปลาทอง ยิงปืน ปาลูกดอก สอยดาว เป็นต้น ฤดูร้อนแบบนี้ในเมืองเซนไดที่เราอยู่มีงานเทศกาลน้อยใหญ่ทุกอาทิตย์เลยล่ะค่ะ

จากซ้ายไปขวา: เกมปาลูกดอก, ร้านขายหน้ากาก, เกมสอยดาว

และที่ขาดไม่ได้เลยไม่ว่าจะเทศกาลไหนๆ ก็คืออาหารนั่นเอง ซึ่งในงานก็จะเป็นพื้นที่ที่รวมแผงลอยขายอาหารคาวหวานมากมายละลานตา จากประสบการณ์ของเรา อาหารในงานเทศกาลหลายๆ อย่างจะหารับประทานตามร้านทั่วไปได้ยาก และมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ทำให้ทุกครั้งเวลามีงานเทศกาล เราจะตื่นเต้นไปกับการเดินดูและเดินชิมอาหารชนิดต่างๆ ในงานได้อย่างไม่รู้เบื่อ ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าในงานเทศกาลจะมีอะไรรอให้เราไปเลือกซื้อกันบ้าง

หมวดของคาว

อาหารในงานเทศกาลจะมีจุดร่วมกันอย่างหนึ่งคือสามารถถือกินได้สะดวกค่ะ เพราะว่าในงานจะไม่ได้มีโต๊ะเก้าอี้เหมือนร้านอาหาร หรือถ้ามีก็มีไม่มากนัก ทำให้บางทีเราต้องยืนกิน ถ้าเป็นอาหารที่ถือยากกินยากก็จะลำบากค่ะ ดังนั้นส่วนมากที่จะเห็นคือเป็นจำพวกอาหารเสียบไม้ หรืออาหารที่ใช้ไม้จิ้มกินได้ (มือหนึ่งถือจาน อีกมือถือไม้จิ้มได้) ส่วนภาชนะก็จะเป็นแบบใช้แล้วทิ้งค่ะ

รูปด้านบนคือทาโกะยากิ(ซ้าย) และโอโคโนมิยากิ(กลาง) ซึ่งใช้แป้งคล้ายๆ กัน อาจจะต่างกันไปแต่ละเจ้า ทาโกะยากิจะทำให้เตาที่เป็นหลุมกลมๆ หยอดแป้งลงไป แล้วก็ปลาหมึก หมุนให้กลมทั่วกันแล้วราดซอสกับมายองเนส ตบท้ายด้วยปลาแห้งและสาหร่าย ลูกเดียวไม่เคยพอ ส่วนโอโคโนมิยากิจะใช้แป้งผสมกะหล่ำปลี ทำเป็นแผ่นหนาๆ ย่าง มีหน้าท็อปปิ้งต่างๆ เช่นหมู ไข่ ฯลฯ แล้วก็ราดซอส มายองเนส ปลาแห้ง สาหร่าย ส่วนด้านขวาก็เป็นโอโคโนมิยากิเหมือนกันแต่อัพเกรดไปอีกขั้นด้วยการทำเป็นแบบม้วน คือม้วนไว้กับไม้เพื่อให้ถือกินได้สะดวกขึ้นอีก

นอกจากนี้ยังมีอาหารสไตล์เดียวกันกับทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิอีกหลายอย่างเช่น โอบันยากิและทามาโกะเซมเบ้ โอบันยากิจะมีหน้าตาเหมือนถ้วยแป้งสองอันประกบกัน ด้านในเป็นไส้ต่างๆ เช่นไข่ หมู หรือไส้หวานอย่างถั่วแดงหรือครีมก็มี ส่วนทามาโกะเซมเบ้จะเป็นแผ่นแป้งโปะด้วยไข่ ทั้งสองอย่างคือโอบันยากิ(ไส้เค็ม) และทามาโกะเซมเบ้จะราดด้วยซอสแบบเดียวกับทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิค่ะ

ไม่ใช่แค่อาหารญี่ปุ่นเท่านั้น อาหารตะวันตกอย่างไส้กรอกหรือสเต็กก็มีให้เห็น โดยเฉพาะในงานเทศกาลเบียร์ จะเห็นร้านขายไส้กรอก สเต็กเนื้อ หมูอบ เต็มไปหมดเลยค่ะ

ส่วนภาพกลางคือของดีประจำเมืองเซนได คือลูกชิ้นปลาย่างหรือคามาโบโกะนั่นเอง ลูกชิ้นปลานุ่มหนึบ ย่างจนหอมอร่อย แถมยังเสียบไม้กินง่าย เป็นของโปรดเราเลยค่ะ แล้วก็ภาพขวาสุดคือทามะคอน หรือก้อนบุกต้มในน้ำซุป กินกับคาราชิซึ่งจะคล้ายๆ มัสตาร์ดแบบญี่ปุ่น รสจะเผ็ดฉุน เข้ากันสุดๆ แถมยังแคลอรี่ต่ำ ดีต่อสุขภาพด้วย

ทามะคอนจะเป็นหนึ่งในเมนูโอเด้ง ซึ่งเป็นคำเรียกรวมๆ ของอาหารประเภทที่เอาไปต้มในน้ำซุป ซึ่งปกติจะขายกันช่วงหนาวๆ แต่หน้าร้อนบางทีก็มีค่ะ โอเด้งที่เจอบ่อยๆ ก็เช่น ไข่ต้ม กะหล่ำปลียัดไส้ ลูกชิ้นปลาชิกุวะ หัวไชเท้าต้ม เป็นต้น

ยังไม่จบกับเมนูเสียบไม้! ภาพแรกคือไก่ย่างหรือยากิโทริ ซึ่งจะเลือกได้ว่าอยากได้เนื้อส่วนไหนเช่นสะโพก หนัง ลูกชิ้นไก่ หรือไก่กับต้นหอม นอกจากนี้บางร้านยังมีเนื้ออย่างอื่นเช่นเนื้อวัว เนื้อหมู ให้เลือกกินได้ตามชอบ หรือลิ้นวัวย่างที่เป็นเมนูเด็ดประจำเมืองเซนไดก็มีนะคะ ภาพที่สองคือปลาอายุเสียบไม้ย่าง ซึ่งเป็นปลาที่เนื้อหวานอร่อยที่สุดในฤดูร้อน ปลาสดๆ มีแค่เกลือชูรสนิดหน่อยก็อร่อยมากแล้วค่ะ ภาพสุดท้ายคือดังโงะย่างและข้าวโพดย่าง ดังโงะทำมาจากแป้งข้าวที่ตำและนวดจนเหนียวนุ่ม นำมาเสียบไม้ย่างและทาซอสมิโสะ อร่อยเพลินค่ะ

ภาพแรกคือสึคุเนะเนื้อวัว จะเป็นมีทบอลที่ทำจากเนื้อวัวราดซอสแบบญี่ปุ่น ในรูปนี่มีไส้ชีสด้วยค่ะ และที่ขาดไม่ได้เลยอีกอย่างคือของทอด อย่างภาพกลางคือเมนชิคัตสึเนื้อวัว หรือเนื้อวัวคุณภาพดีจากเซนไดบดชุบเกล็ดขนมปังทอด หรือภาพขวาสุดคือไก่ทอดและมันฝรั่งทอด นอกจากนี้ยังมีชีสทอด หอมทอด มันฝรั่งทอดแบบเป็นเกลียว หรือสำหรับคนที่ชอบมันฝรั่งแต่ไม่ชอบแบบทอดก็มีมันฝรั่งอบโปะเนยหอมมันให้เลือกกินค่ะ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นค่ะ อาหารเทศกาลยังมียากิโซบะ ปลาหมึกย่าง หอยนางรมย่าง(อาหารทะเลจากโทโฮกุสดและอร่อยมากค่ะ คอนเฟิร์ม!) คอร์นด็อก ซาลาเปา คร็อกเก้ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่อย่าเพิ่งอิ่มกันนะคะ เพราะเรายังมีของหวานรออยู่ค่ะ

หมวดของหวานและเครื่องดื่ม

สำหรับของหวานก็จะเป็นอาหารที่ถือกินง่ายเหมือนของคาวค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเสียบไม้หรือเป็นถ้วย และหน้าร้อนแบบนี้เราก็ต้องอยากกินอะไรเย็นๆ ใช่มั้ยคะ ดังนั้นของหวานยอดนิยมในงานเทศกาลหน้าร้อนก็คือน้ำแข็งไสนั่นเองค่ะ

น้ำแข็งไสเย็นๆ ราดน้ำเชื่อมหลากรส พร้อมนมข้นหวานโรยหน้า กินแล้วหายร้อนทันทีเลย นอกจากนี้ยังมีซอฟครีมรสต่างๆ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกคลายร้อนค่ะ

ภาพแรกเป็นสตรอเบอรี่เคลือบน้ำตาลหรืออิจิโกะอาเมะ ชั้นน้ำตาลหวานๆ ตัดกับความเปรี้ยวของสตรอเบอรี่ลงตัวมากค่ะ นอกจากนี้ยังมีแอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาล(ริงโกะอาเมะ) หรืออมยิ้มที่ทำจากน้ำตาลแบบเดียวกัน ซึ่งเรียกว่ามิสุอาเมะก็มี ส่วนภาพที่สองคือร้านขายสายไหม ซึ่งสายไหมที่นี่จะขายเป็นถุงๆ ที่มีลายสดใสสวยงามตามภาพ ภาพที่สามคือขนมเซมเบ้ ซึ่งจริงๆ แล้วจะเรียกของหวานก็ไม่ถูกนักเพราะมันดูจะเป็นขนมของว่างมากกว่า เซมเบ้คือข้าวเกรียบ ซึ่งมีหลายประเภท แต่ในรูปคือเซมเบ้แบบไม่ทาซอสอะไรเลย เหมือนข้าวเกรียบว่าวของไทยค่ะ กรอบๆ หอมอร่อย

ของหวานอีกอย่างที่พบได้บ่อยๆ คือกล้วยเคลือบช็อกโกแลต ซึ่งมีให้เลือกหลายสีหลายรสและบางครั้งมีท็อปปิ้งด้วย อย่างในภาพคือเป็นกล้วยเคลือบไวท์ช็อกสีฟ้า มีสปริงเคิลและโคอาล่ามาร์ชเป็นท็อปปิ้ง

นอกจากนี้ยังมีชูโรส ซึ่งเป็นแป้งชูนำไปทอดแล้วคลุกน้ำตาล เครปไส้ต่างๆ หรือขนมแบบญี่ปุ่นอย่างไทยากิ ซึ่งเป็นขนมรูปปลาใส่ไส้ต่างๆ เช่นถั่วแดง คัสตาร์ด ช็อกโกแลต หรือมิทาราชิดังโงะ ซึ่งเป็นดังโงะราดซอสหวานเค็ม เป็นต้น

ส่วนเครื่องดื่ม ปกติแล้วก็จะมีเครื่องดื่มขวดๆ ขายบ้าง แต่ในกรณีที่เป็นงานเทศกาลเบียร์หรือไวน์ ก็จะมีเครื่องดื่มเหล่านั้นให้เลือกชิม

ภาพกลางและภาพขวาเป็นภาพของทาซาวาโกะเบียร์ ซึ่งเป็นเบียร์คุณภาพเยี่ยมอันดับหนึ่งของโลกจากจังหวัดอากิตะ ซึ่งก็ถูกนำมาขายในงานเทศกาลในเมืองเซนไดเช่นเดียวกันค่ะ มีคนต่อแถวรอซื้อกันยาวเหยียดเลย

เป็นยังไงบ้างคะ งานเทศกาลแบบญี่ปุ่นนี่มีแต่อาหารน่ากินๆ ทั้งนั้นเลยใช่มั้ยล่ะคะ ที่เรายกมาเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น ขอแนะนำว่าให้ทุกคนมาเที่ยวแล้วลองเดินดูกันด้วยตัวเองจะสนุกกว่ามากๆ เลยล่ะค่ะ สำหรับใครที่มาเที่ยวภูมิภาคโทโฮกุในช่วงหน้าร้อน ก็อย่าลืมมาลองเดินเล่นในงานเทศกาลแบบญี่ปุ่นดูซักครั้ง เรามั่นใจว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างแน่นอนค่ะ

 

Piangrawee (Erk) Santivongskul

About Piangrawee (Erk) Santivongskul

Piangrawee Santivongskul has a long and hard-to-pronounce name, so she prefers to be called by her nickname "Erk". Born in Bangkok, Thailand, she came to Sendai two years ago to study Chemistry at Tohoku University. Her passion for Japan began with an interest in Japanese idol-groups, culture and food when she was a junior high-school student. Once she had the chance to travel to Tohoku she quickly added "Tohoku's nature" to her "Favorite things about Japan" list. During her time in Japan Erk is always eager to explore more and more about Tohoku and share her stories with other people.

Leave a Reply

Your email address will not be published.